ข้อใด ไม่ใช่ คุณลักษณะ ทั่วไปของ อาชีพ นักขาย

การอยู่ในอาชีพงานขายย่อมรู้สึกมีแต่แรงกดดันต่างๆ นานา ทำให้พนักงานส่วนใหญ่เกิดความเครียดขึ้น หลายคนก็เลิกอาชีพงานขายไปเลย พนักงานขายที่ประสบความสำเร็จ นอกจากรักในงานขายแล้ว ยังปฏิบัติตัวตามพื้นฐานงานขายที่ พนักงานขายควรปฏิบัติอยู่เป็นประจำ

1. มองเป้าหมายยอดขายเป็นเรื่องท้าทาย
นักขายที่มองเป้าหมายอดขายเป็นเรื่องท้าทาย ก็จะเกิดความกระตือรือร้นในงานขายมากขึ้น และพยายามค้นหาเทคนิค วิธีการขายต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อพิชิตเป้าหมายยอดขายให้ได้ แต่ถ้านักขายที่รู้สึกว่าเป้าหมายยอดขายเป็นเรื่องยาก ไม่สามารถทำได้หรอก ก็จะเกิดอาการท้อถอย แล้วยอมแพ้ไปล่วงหน้า ทำให้ไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จแน่นอน

2. ค้นหาความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
นักขายที่แท้จริงจะไม่เริ่มต้นนำเสนอขายในทันที แต่จะค้นหาความต้องการซื้อของลูกค้าก่อน โดยการใช้คำถาม และพูดคุย ถึงสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจากสินค้า และบริการ จึงค่อยนำเสนอคุณค่าให้เหมาะสมและตรงความต้องการซื้อให้มากที่สุด โอกานในการขายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะลูกค้าไม่สนใจในสิ่งที่นักขายให้หรอก ถ้าไม่รู้สึกว่ามีประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างไร

3. พัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ
ตลอดเวลา ความต้องการของลูกค้าก็มีอยู่ไม่จำกัด พนักงานขายที่หยุดการเรียนรู้ ก็จะไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายแน่นอน สิ่งที่พนักงานขายควรพัฒนามีดังนี้
   ความรู้ในสินค้า/บริการ
   เทคนิคการขายและเจรจาต่อรอง
   การจูงใจให้ลูกค้าเห็นคุณค่า
   การทำงานตามแผนงาน

4. บริหารงานขายของตัวเองด้วย Sales Pipeline
นักขายทั่วไปจะมุ่งเน้นที่ยอดขายเป็นสำคัญ แต่นักขายที่ประสบความสำเร็จจะให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มเปิดการขายเลย เพราะถ้าเราเปิดการขายมาก ย่อมมีโอกาสปิดการขายมากตามไปด้วย Sales Pipeline เป็นสิ่งที่มีสำคัญมาก เพราะถ้าพนักงานขายคนใดดำเนินการตาม Sales Pipeline อย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถเห็นอนาคตการขายของตัวเอง ได้อย่างชัดเจน เพราะข้อมูลใน Sales Pipeline จะระบุให้เราเห็นได้เลยว่าเรามีแนวโน้มที่ปิดการขายได้เท่าไร ในแต่ละช่วงเวลา วันนี้นักขายควรกำหนดเป้าหมายตั้งแต่
   การเปิดการขายควรทำได้กี่ราย/เดือน
   การเสนอราคาสะสมควรมีมูลค่ากี่เท่าของเป้าหมายปิดการขาย
   การดำเนินการขายตามใบเสนอราคาที่มีโอกาสสูงก่อน

ข้อใด ไม่ใช่ คุณลักษณะ ทั่วไปของ อาชีพ นักขาย

5. รักในงานขายเป็นชีวิตจิตใจ
นักขายที่แท้จริงจะทำในสิ่งที่รัก ซึ่งก็คือ งานขาย นั่นเอง เพราะถ้าเราไม่รักในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ก็จะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จ หรือถ้าสำเร็จก็จะไม่แน่นอน อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ยั่งยืน ดังนั้นหากต้องการเป็นนักขายที่แท้จริง ควรมีคุณลักษณะที่รักในงานขายของตัวเอง เช่น
   มองปัญหาเป็นโอกาสของการพัฒนา
   เห็นประโยชน์ของการทำงานขายที่จะได้รับ
   ทำงานขายอย่างเต็มที่ เท่าที่ศักยภาพมีอยู่
   ไม่ท้อถอยแม้จะเจออุปสรรคก็ตาม

6. มีทัศนคติเชิงบวกต่องานขายของตัวเอง
ทัศนคติของพนักงานขาย บ่งบอกถึงความสำเร็จของพนักงานขายได้เลย เพราะทัศนคติจะนำไปสู่การกระทำ ดังนั้นพนักงานขายควรสร้างและรักษาทัศนคติเชิงบวกกับงานขายอยู่เสมอ โดยการคิดว่ามีความเป็นไปได้เสมอในงานขาย แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่แน่นอน ก็ตาม หลีกเลี่ยงการคิดลบ โดยหันมาใช้ความคิดเชิงบวกแทน

นักขายที่แท้จริงจะมีบุคลิกลักษณะตามหัวข้อดังกล่าว และถ้าหมั่นพัฒนาตัวเอง ให้มีคุณลักษณะเหล่านี้ ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จต่องานขายอย่างแน่นอน

พนักงานขายเป็นผู้ประกอบอาชีพ ที่จะต้องหาแนวทางที่เหมาะสมในการประกอบอาชีพของตนเอง ต้องให้มีความสอดคล้องกับศีลธรรม วัฒนธรรม อันดีงาม

คุณสมบัติที่ดีของพนักงาน ไม่จำเป็นต้องมีมาแต่กำเนิด แต่ทุกคนสามารถฝึกฝน หรือ ปฏิบัติ ได้ด้วยตนเอง เช่น การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ การซื่อสัตย์

คุณสมบัติของพนักงาน

1 บุคลิกภาพดี

2 มีมนุษย์สัมพันธ์

3 ความชื่อสัตย์

4 ความร่าเริงแจ่มใส

5 ความเสียสละ

6 ความรับผิตชอบ

7 ความยับยั้งชั่งใจ

8 ความคิดริเริ่ม

9 ความกระตือรือร้น

คุณสมบัติที่ดีของพนักงานขายที่นายจ้างพึงปราถนา

  พนักงานขายต้องมีความสามารถในการพิชิตใจลูกค้า ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ จึงจะสามารถปิดการขาย และรักษาลูกค้าไว้ได้ยาวนาน พนักงานขายที่ดีควรมีคุณสมบัติที่ดีดังนี้

พนักงานขายที่ลูกค้าต้องการซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) ลูกค้าต้องการให้พนักงานขายมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเอง ในการเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าโดยไม่หลอกลวงผู้บริโภค

ความจริงใจ (Sincerity) ลูกค้าต้องการให้พนักงานขายมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ด้วยความจริงใจอยู่เสมอ

การบริการด้วยใจ (Service Mind) ลูกค้าต้องการให้พนักงานบริการด้วยความเต็มใจ ทั้งบริการก่อนขาย ระหว่างการขาย และบริการหลังการขาย เป็นต้น

การตรงต่อเวลา มีความสำคัญต่อพนักงานขายค่อนข้างมาก เพราะเป็นการสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้าได้ และตรงต่อเวลาตามที่นัดหมายทำให้ลูกค้าประทับใจ

มีความรู้สึกที่ดีต่องาน พนักงานขายต้องสร้างความรักและศรัทธาในอาชีพงานขายของตนเอง ถ้าพนักงานขายเชื่อถือในอาชีพก็จะทำให้ลูกค้าเชื่อถือ

มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี การที่พนักงานขายมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ลูกค้าสร้างความรู้สึกเป็นกันเองกับพนักงานขาย

มีบุคลิกภาพที่ดี โดยส่วนมากการแต่งกายที่ดี รูปร่างหน้าตาดี มีความสุภาพอ่อนน้อม จะทำให้ลูกค้าอยากพบปะคุยด้วย

ความสามารถในการใช้คำถามและคำตอบ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความต้องการของลูกค้าได้ ดังนั้นพนักงานขายจึงต้องใช้คำที่มีความสุภาพอ่อนน้อม เพื่อให้ลูกค้ายินดีที่จะตอบคำถามนั้น ๆ

ความสามารถในการสนทนา พนักงานขายที่ดีต้องมีความสามารถในการสนทนากับลูกค้าและพร้อมที่จะสนทนากับลูกค้าได้ทุกเรื่อง

มีความมั่นใจในตนเอง พนักงานขายที่มีความมั่นใจในตนเองจะทำให้ลูกค้าเชื่อถือในตัวพนักงานขาย และนำไปสู่ความเชื่อถือในสินค้าและบริการด้วย

การยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคุณสมบัติที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่พนักงานขายปฏิบัติงานขายด้วยใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มจะทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและอยากจะใช้บริการด้วย

ความเป็นผู้นำ ผู้นำมีส่วนในการตัดสินใจได้ในงานขาย เพราะลูกค้าเมื่อต้องการซื้อสินค้าจะต้องถามข้อสงสัยบางอย่างในสินค้านั้น ๆ

การมีจรรยาบรรณที่ดีต่อลูกค้า พนักงานขายต้องระลึกอยู่เสมอว่าลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

คุณสมบัติที่ดีของพนักงานขายที่ลูกค้าพึ่งปราถนา

   ลักษณะที่พึงปรารถนาที่ควรจะได้รับการนำมารวมไว้ในคุณสมบัติเฉพาะอย่างของงาน เรารู้ว่างานขายจะมุ่งเน้นไปที่บุคคล ฉะนั้น พนักงานขายต้องสามารถจัดการกับบุคคลได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิผล จะต้องสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้

     พนักงานขายที่ประสบความสำเร็จควรมีแรงขับดันด้านจริยธรรมที่เหมาะสมสำหรับประเภทของงานขายเฉพาะอย่าง พนักงานขายจำเป็นต้องมีความรู้สึกด้านจริยธรรม เพื่อจะได้สามารถระบุถึงตำแหน่งและเข้าใจสถานการณ์ของลูกค้าได้ แรงขับดันด้านตัวเองคือความต้องการในการสร้างยอดขาย เพื่อเอาชนะ "ความไร้ยอดขายของพนักงานขาย" และดำเนินการติดต่อลูกค้า และปิดการขาย ลักษณะที่พึงปรารถนาของพนักงานขายควรมีลักษณะเบื้องต้นดังนี้ครับ

1.ระดับความกระตือรือร้นสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำงานทางด้านการขายเพราะงานขายเป็นงานที่พนักงานขายต้องดูแลตนเอง ดูแลเวลาและบริหารเวลาดังนั้นความกระตือรือร้นในการทำงานจึงเป็นปัจจัยต้นๆ ในการที่จะทำให้พนักงานขายประสบความสำเร็จ

2.ความเชื่อมั่นในตนเองสูง โดยความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือพนักงานขายและหากลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นแล้วการปิดการขายก็คงทำได้ไม่ยากนัก

3.มีความต้องการสิ่งที่เป็นรูปธรรม โดยหลักต้องถามก่อนว่ามนุษย์ทำงานต้องการอะไร ส่วนใหญ่คำตอบก็คือเงิน ดังนั้น หากความต้องการของเรา คือเงินคำถามตามมาก็คือทำอย่างไรจึงจะได้เงินคำตอบก็คือการปิดการขายให้ได้นั้นเอง

4.ขยันทำงาน พนักงานขายทุกคนคงไม่โชคดีที่เมื่อเวลาติดต่อกับลูกค้าแล้วสามารถปิดการขายได้ 100% ดังนั้น พนักงานควรเตรียมศึกษาอัตราการเข้าพบลูกค้าต่ออัตราการปิดการขายเอาไว้ด้วยเพื่อที่จะทำให้เราสามารถประเมินศักยภาพและความขยันของตนเองให้มากขึ้นเช่น อัตราการเข้าพบลูกค้าต่ออัตราการปิดการขายเท่ากับ 10:4 แสดงว่าหากพนักขายเข้าพบลูกค้า 10 รายจะสามารถขายได้ 4 ราย ดังนั้น หากต้องการลูกค้าที่เราปิดการขายได้ 8 รายเราก็ควรหาลูกค้าเป้าหมายอย่างน้อย 20 ราย

5.อดทนสูง เพราะพนักงานขายต้องเจอกับแรงกดดันตลอดเวลาทั้งจากลูกค้า บริษัทและเป้าหมายของตนเอง และเราต้องเตือนตนเองตลอดเวลาว่าลูก ค้าส่วนใหญ่ Say "NO" ตลอดไม่ว่าเราจะนำเสนอสิ่งดีๆ มาให้แค่ไหน ดังนั้น เราควรต้องมีความอดทนอย่างสูงในการเปลี่ยนลูกค้าจาก NO เป็น YES ให้ได้

6.มีความรู้ที่ดี ความรู้ในที่นี้จะประกอบไปด้วยความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่ขาย บริษัทที่ขายและความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการขาย เราต้องหมั่นฝึกฝนและฝึกอบรมให้ตนเองมีความรู้ อย่างต่อเนื่อง ทันสมัยตลอดเวลา

7.มีลักษณะทางกายภาพดี ในที่นี้เราคงเน้นทางด้านบุคลิกภาพที่ดีนั้นเองอย่าลืมนะครับว่าการพบกันครั้งแรกความน่าเชื่อถือเกิดจากการที่เรามีบุคลิกภาพ ที่ดีนั้นเอง

8.มีมนุษย์สัมพันธ์และมีทักษะการสื่อสารดี ปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าหรือคนที่พบเห็นเกิดความประทับใจและเข้าใจในสิ่งที่พนักงานนำเสนอได้อย่างถูกต้อง เข้าใจ และส่งผลต่อการตัดสินซื้อสินค้าที่เรานำเสนอนั้นเอง

9.สุดท้ายพนักงานขายที่จะประสบความสำเร็จต้องมีวินัยในตนเอง และมุ่งสู่เป้าหมาย ทางการขายเพราะพนักงานจ้องสามารถบริหารเวลาของตนเองอย่างมากเพราะอาชีพทางการขายเป็นอาชีพอิสระ หากท่านเป็นนักขายท่านลอง ถามตนเองว่าเวลา 08.30 และ 17.00 น.ท่านอยู่กับลูกค้าอยู่หรือเปล่า หากท่านยังไม่อยู่กับลูกค้าโอกาสที่จะทำให้ท่านสำเร็จคงยาก

ลักษณะของพนักงานขายที่จะชนะใจลูกค้า

ยุทธวิธีที่พนักงานขายจะต้องนำไปใช้ในการเสนอขายสินค้า และการบริการเพื่อพิชิตใจลูกค้า บางครั้งจะต้องอาศัยเทคนิคการขายหลายอย่างประกอบกัน บางครั้งก็สามารถใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมรวมทั้งลูกค้า แต่สิ่งแวดล้อมที่พนักงานขายจะต้องนำไปใช้ในการเสนอขายให้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ ได้แก่

เทคนิคชนะใจลูกค้า        

 1. เชื่อมั่นว่าทำได้ ปัญหาสำคัญของพนักงานขายก็คือ ความวิตกกังวลที่จะเสนอขายและรู้สึกท้อเมื่อถูกปฏิเสธจากลูกค้า ดังนั้นพนักงานขายจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง

          2. วางแผนการทำงานเป็นขั้นตอน การวางแผนการทำงานไว้อย่างมีระบบ ถือได้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วครึ่งหนึ่ง พนักงานขายจะประสบผลสำเร็จในการขายของตนเองก็จะต้องวางแผนให้รัดกุมพร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหา

          การวางแผนการขายมีเทคนิคดังนี้

จัดลำดับความสำคัญในแต่ละวันไว้ โดยจะต้องทำตารางเวลางานที่ต้องทำไว้ด้วย

วางแผนใช้เวลาทำงานแต่ละอย่างให้น้อยที่สุด เพื่อใช้เวลาส่วนใหญ่พบลูกค้าให้ได้มากที่สุด เช่น วางแผนการเดินทาง และจัดลำดับที่อยู่ของลูกค้าที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน

คัดเลือกลูกค้าที่คาดว่าจะมีกำลังซื้อสูง และค่อนข้างแน่ใจว่าจะซื้อสินค้า เพื่อใช้เวลาเข้าพบและวางแผนการนำเสนอสินค้าและบริการ

วางแผนการปฏิบัติงานเพื่อสนองนโยบายของฝ่ายขาย โดยพนักงานขายแต่ละคนนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ

           3. เลียนแบบยุทธวิธีที่ประสบผลสำเร็จมาแล้ว รู้จักนำยุทธวิธีของผู้ที่ประสบผลสำเร็จมาพัฒนาใช้กับลูกค้าของตนเอง

          4. รักษาตลาดไม่ให้คู่แข่งเข้ามามีส่วนแบ่ง การที่จะเป็นผู้พิชิตใจลูกค้าได้ ย่อมหมายถึง การครอบครองส่วนหนึ่งของตลาดได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะพิชิตใจลูกค้าได้ คือ สินค้าและบริการของเรานั้นจะต้องมีคุณภาพ และเกิดประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างแท้จริงด้วย

          5. ใช้วิธีการขยายพื้นที่การขาย นอกเหนือจากการใช้เทคนิคการขายลูกค้าเฉพาะรายโดยตรงแล้วพนักงานขายอาจใช้เทคนิคกระจายการขายในแต่ละวันหรือในแต่ละสัปดาห์ออกไปในที่ต่าง ๆ ด้วย

          6. ใช้วิธีการขายปลีกผสมผสาน เป็นวิธีที่จะทำอย่างไรก็ได้ที่ขายสินค้าให้ดีที่สุด ให้ลูกค้าเข้าร้านมากที่สุด หรือจูงใจให้มีลูกค้าประจำเพิ่มมากที่สุด วิธีการนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เทคนิคการขายแบบป่าล้อมเมือง” ได้แก่

การขายตัดราคา คือ มีการลดราคาแข่งขันกัน เช่น ติดป้ายประกาศ ลดราคาเครื่องนุ่งห่มของห้างสรรพสินค้า 50-80 เปอร์เซ็นต์

ใช้สินค้าเพื่อจูงใจให้ลูกค้าเข้าร้าน เช่น แจกเครื่องดื่มฟรี เมื่อเข้าไปชมสินค้าในร้าน

การให้บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า เช่น จัดสถานที่จ่ายเงินให้มากขึ้น รับบัตรเครดิต เพื่อสะดวกในการจ่ายเงิน

ชักชวนให้ลูกค้าเป็นสมาชิกของกิจการ เช่น การทำบัตรสมาชิก หรือ บัตรลดราคาตลอดปีให้เป็นพิเศษ

           7. ใช้ข้อมูลที่ทันสมัย ขณะนี้อยู่ในยุคของข่าวสาร ข้อมูลการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ จะประสบผลสำเร็จได้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีสื่อสารทุกประเภท ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด รวดเร็ว และถูกต้อง การนำข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มาใช้กับการขาย จะทำให้การเสนอขายน่าเชื่อถือ เพราะมีข้อมูลที่ทันสมัย อันจะนำมาวิเคราะห์หาแนวทางที่จะนำเสนอ และพิชิตใจลูกค้าได้ทันกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

ความรู้พื้นฐานของพนักงานขาย

การจะพิชิตใจลูกค้าให้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ หากพนักงานขายคนใดมีความตั้งใจจริง มีความมานะพยายาม อดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ความสำเร็จในการเอาชนะใจลูกค้าย่อมเกิดขึ้นได้ ดังนั้น พนักงานขายจะต้องรอบรู้ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชีพของตนเอง ดังนี้

          1. ในเรื่องสินค้าที่จะขาย พนักงานขายมีหน้าที่ในการแนะนำ ให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะนำไปในการตัดสินใจเลือกซื้อ

          2. รู้เรื่องเกี่ยวกับกิจการ พนักงานขาย คือ ตัวแทนของบริษัท ความสามารถที่จะพิชิตใจลูกค้าอยู่ที่พนักงานขาย ดังนั้น ถือว่าพนักงานขายเป็นบุคคลสำคัญที่จะต้องรู้ว่ากิจการของตนคืออะไร เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่สนองนโยบายนั้นให้สำเร็จไปได้ด้วยดี ขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วย

          3. รู้เรื่องเกี่ยวกับลูกค้า ลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุดของพนักงานขาย การจะพิชิตใจลูกค้าได้ พนักงานขายจะต้องรู้ความต้องการของลูกค้า และเข้าใจจิตใจลูกค้า รู้จักลูกค้าว่าเป็นคนอย่างไร รู้สึกนึกคิดอะไร ชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด เพื่อจะได้หาวิธีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้อง เพราะลูกค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน วิธีการที่จะเสนอขายพิชิตใจลูกค้าแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไปด้วย หากรู้จักลูกค้าในทุก ๆ ด้าน พนักงานขายก็จะสามารถใช้วิธีการต่าง ๆ ได้หลากหลาย รวมทั้งแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น

ลูกค้าที่ชอบโลเล เป็นบุคคลที่ไม่เชื่อมั่นในตนเอง เปลี่ยนใจง่ายรอการตัดสินใจจากผู้อื่น พนักงานขายจะต้องทราบว่า สิ่งใด หรือใครมีอิทธิพลในการตัดสินใจของลูกค้ามากที่สุด ความต้องการสูงสุดของเขาคืออะไร เพื่อจะใช้ข้อมูลนี้ในการนำเสนอการขายได้ตรงตามเป้าหมาย พร้อมกันนั้นพนักงานต้องใช้เทคนิคในการสื่อสารกับลูกค้าด้วย คือ พูดให้กระชับแต่ได้ใจความ เสนอแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แต่ลูกค้า

ลูกค้าประเภทใจร้อน เป็นลูกค้าที่แสดงอารมณ์ได้ง่าย พนักงานขายจะต้องมีเทคนิคคือการใช้ความอดทน ใจเย็น แสดงความยอมรับความคิดของลูกค้า ใช้กิริยาท่าทางที่สงบ แต่คอยหาโอกาสเพื่อสนองความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอยู่ตลอดเวลา

ลูกค้าประเภทชอบเถียง เป็นลูกค้าประเภทที่ชอบวางท่าว่าด้วยตัวเองเหนือกว่ารู้มากกว่า มีความสามารถมากกว่า โดยจะข่มพนักงานขายเพียงเพื่อให้ตนเองมีความสำคัญ พนักงานขายจะต้องใจเย็น แสดงการยกย่องชมเชยในความรู้ความสามารถของลูกค้า จะช่วยให้ลูกค้ายอมรับความตรงไปตรงมาของพนักงานขาย

พื้นฐานพนักงานขาย         

4. รู้เรื่องเกี่ยวกับคู่แข่ง การมีคู่แข่งเปรียบเสมือนการมียาชูกำลังให้พนักงานขายกระตือรือร้นทำงานให้แข็งขันมากขึ้น เพื่อขายสินค้าให้ได้ การประกอบอาชีพขายต้องรู้ว่าขณะนี้ตนเองต้องแข่งขันกับใครบ้าง คู่แข่งขันมีศักยภาพเป็นอย่างไร ครอบครองตลาดอยู่มากน้อยแค่ไหน อย่างไร สินค้าของเขาดีหรือไม่ ดีกว่าของเราอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร เขาใช้วิธีการอย่างไร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้พนักงานขายต้องทราบ และต้องหาวิธีแก้ไข นำเสนอจุดเด่นของสินค้าของตนเอง และนำไปสนองต่อลูกค้าที่จะซื้อสินค้าให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย

          การมีความรู้ในงานขายที่ดีนี้ จะทำให้พนักงานขายสามารถวิเคราะห์ลูกค้าได้ถูกต้อง ใช้วิธีการที่จะดึงดูดลูกค้า หรือสร้างจุดสนใจให้ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม เป็นเทคนิคที่จะสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ เลื่อมใสศรัทธา และยอมรับในสินค้าที่จะนำเสนอจากพนักงานขาย ถือเป็นวิธีการพิชิตใจลูกค้าอีกทางหนึ่ง

ข้อใด ไม่ใช่ คุณลักษณะ ทั่วไปของ อาชีพ นักขาย

เทคนิคของการชนะใจลูกค้า

 ในการสร้างนักบริการมืออาชีพ องค์กรต้องสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติบุคลิกภาพที่เหมาะสม จากนั้น จึงพัฒนาเทคนิคการบริการให้กับบุคลากร ดังนี้

1.คุณสมบัติของผู้ให้บริการสิ่งที่ผู้ให้บริการควรมีเป็นอันดับแรกคือความเป็นคนที่รักในงานบริการ เพราะคนที่รักในงานบริการจะมีความเข้าใจและให้ความสำคัญต่อลูกค้า มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือลูกค้า ยิ้มแย้มแจ่มใส และเอาใจใส่ดูแลลูกค้า อดทนอดกลั้นเมื่อถูกลูกค้าตำหนิต่อว่า นอกจากนี้ พนักงานที่ให้บริการควรเป็นผู้รู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีด้วย

2. บุคลิกภาพทั้งลักษณะการแต่งกายที่แลดูสะอาดเรียบร้อย รวมไปถึงอากัปกิริยาที่แสดงออก เช่น การยิ้ม การหัวเราะ การแสดงท่าทางประกอบการพูด สิ่งเหล่านี้ควรเป็นไปโดยธรรมชาติ

3. เทคนิคการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนทนา เพราะการสนทนาเป็นสื่อกลางระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการการสนทนาให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ มีวิธีการง่ายๆ ดังนี้

- สร้างความเป็นกันเอง เพื่อให้ลูกค้าเกิดความอุ่นใจ แสดงความเป็นมิตรโดยอาจแสดงออกทางสีหน้า แววตา กิริยาท่าทางหรือน้ำเสียงที่สุภาพ อ่อนโยน มีหางเสียง อาทิเช่น ขอประทานโทษครับ(ค่ะ) มีอะไรให้ผม(ดิฉัน)ช่วยประสานงานได้บ้างครับ(ค่ะ) กรุณารอสักครู่นะครับ(ค่ะ) เป็นต้น การพูดจาต้องชัดเจนง่ายต่อการเข้าใจ และไม่เร็วหรือรัวจนลูกค้าไม่รู้เรื่อง

- เน้นการฟังเป็นหลัก คือ ผู้ให้บริการควรตั้งใจฟังด้วยความอดทนขณะที่ลูกค้าพูดไม่ควรแสดงอาการที่ไม่พอใจออกมา สบตากับลูกค้าเป็นระยะพร้อมกิริยาตอบรับ

- ทวนคำพูด เพื่อแสดงให้ลูกค้าทราบว่าผู้ให้บริการกำลังตั้งใจฟังในเรื่องที่ลูกค้าพูดอยู่

อย่างไรก็ดีองค์กรมีส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนางานด้านบริการเป็นอย่างมากเพราะองค์กรถือเป็นแกนหลักในการกำหนดแนวทางการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้า และเทคนิคการพัฒนาระบบงานขององค์กรให้เกิดความสะดวกสบายต่อผู้ใช้บริการ แนวทางในการพัฒนาขององค์กร ได้แก่

1. จัดระบบการทำงานให้เกิดความคล่องตัวองค์กรควรปรับลดขั้นตอนที่ยุ่งยากให้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างการบริการที่สะดวกรวดเร็ว

2. จัดทำลำดับขั้นตอนการให้บริการ องค์กรควรจัดทำขั้นตอนการบริการให้ง่ายและไม่ซับซ้อนเพื่อเป็นแนวทางให้ลูกค้าสามารถทำตามได้อย่างถูกต้องและไม่สับสน

3. เรียนรู้ความต้องการของลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ตู้รับความคิดเห็น การสอบถามพูดคุยจากคำตำหนิติเตียนและคำชมเชยต่างๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางปรับปรุงงานบริการในครั้งต่อไป

4. ฝึกอบรมพนักงาน ให้เกิดทักษะการบริการที่ดีเพื่อนำไปปรับใช้กับส่วนงานที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ เพื่อพัฒนาองค์กรของคุณสู่ความเป็นหนึ่งในด้านการบริการ