ตัวขยายสัญญาณ wifi tp link

แนะนำตัวกระจายสัญญาณ WiFi ใช้ได้ทั่วบ้าน มุมอับเน็ตก็ถึง อัปเดต 2022

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนั้น สัญญาณไวไฟไม่ว่าจะจากค่าบริการไหนๆ ก็สามารถกระจายสัญญาณได้ทั่วถึงและไกลมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น มุมอับ หรืออย่างบ้านใครที่มีขนาดใหญ่หรือ 2 ชั้นขึ้นไป สัญญาณไวไฟอาจจะไปได้ไม่ถึง หรือถึงแต่ไม่แรงพอ ทำให้เราดาวน์โหลดข้อมูลรวมไปถึงเล่นอินเทอร์เน็ตได้ช้าลง ทีมงาน NotebookSPEC จึงอยากมาแนะนำตัวกระจายสัญญาณ WiFi ที่น่าโดน กระจายสัญญาณได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ ราคาไม่แรง มาดูกันเลย

  • ตัวกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wi-Fi มีไว้ทำอะไร?
  • ตัวกระจายสัญญาณ WiFi ราคาดี ที่น่าใช้งาน
    • Mi Wi-Fi Range Extender AC1200
    • TP-LINK RE205 ACCESS POINT RANGE EXTENDER AC750
    • TP-LINK Range Extender N300 TL-WA850RE
    • Mercusys ME30
    • D-link DAP-1325 N300 Wireless Range Extender

ตัวกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wi-Fi มีไว้ทำอะไร?

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นตัวกระจายสัญญาณ WiFi ก็คงหนีไม่พ้นเป็นตัวขยายสัญญาณรูปแบบหนึ่ง แต่เรามาพูดถึงการทำงานของอุปกรณ์ประเภทนี้กันหน่อยดีกว่า อุปกรณ์กระจายสัญญาณ WiFi นั้น ถือเป็น Access Point (AP) แบบหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ในการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไวไฟ ไปยังอุปกรณ์ที่อยู่ในรัศมีการกระจายสัญญาณนั้นๆ โดยทั่วไป อุปกรณ์กระจายจะมีพอร์ตอยู่จำนวน 1 พอร์ต เพื่อใช้สำหรับการรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยตรง หรือหากตัวเครื่องรองรับก็สามารถใช้เชื่อมต่อกับกับเครื่องลูกข่ายโดยตรงเพื่อปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน LAN ได้ อุปกรณ์กระจายสัญญาณ จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสะดวกสบายกับเราได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อน หรือจุดอับสัญญาณ ให้สัญญาณได้กระจายได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของสิ่งที่เราต้องรู้เบื้องต้น ก่อนที่เราจะเลือกซื้ออุปกรณ์ประเภท Access Point

  • เริ่มแรกเลย เราต้องรู้ก่อนว่าในบ้าน ในอาคาร หรือในห้อง ที่เราอยู่ จุดไหนเป็นจุดที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อน หรือเป็นจุดอับสัญญาณ ซึ่งวิธีการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น เราอาจจะใช้สมาร์ทโฟน ในการเชื่อมต่อไวไฟ แล้วเดินออกห่างจากเราเตอร์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นจุดที่มีสัญญาณอ่อน หรือขีดสัญญาณที่ต่ำนั่นเอง
  • ดูในเรื่องของย่านความถี่ เพราะตัวกระจายสัญญาณนั้น มีทั้งแบบที่รองรับความถี่ในคลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz โดยคลื่น 5 GHz นั้น จะให้ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูล หรือ Bandwidth ที่มากกว่าคลื่น 2.4 GHz แต่ 2.4GHz จะสามารถกระจายสัญญาณได้ไกลกว่า แต่ทั้งนี้ คลื่น 5 GHz นั้น มีความหนาแน่นและการรบกวนที่น้อยกว่า ทำให้มีความเร็วและความสเถียรมากกว่า ดังนั้น ย่านความถี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องพิจารณาด้วย แต่ก็ต้องบอกว่า คลื่นความถี่ 5 GHz นั้น มีราคาที่สูงกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนนี้ก็ต้องตัดสินใจดีๆ แต่ทั้งนี้ ในระยะยาว 5 GHz ย่อมคุ้มค่ากว่าแน่นอน แต่ถ้าหากใครที่ไม่ต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความสเถียรขนาดนั้น และงบประมาณจำกัด การพิจารณาคลื่น 2.4 GHz ก็เป็นทางเลือกที่ไม่แย่เลย
  • ช่องพอร์ต LAN หรือพอร์ต Ethernet ก็เป็นเรื่องหนุ่งที่ต้องคำนึง โดยเฉพาะกับใครที่ต้องการใช้งานในการเชื่อมต่อผ่านสาย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, Smart TV ฯลฯ ถ้าใครที่ต้องการความเสถียรที่มากกว่า ก็อาจจะต้องใช้งานอุปกรณ์ที่มีพอร์ตนี้ แต่ถ้าใครที่ไม่ต้องการใช้งานในส่วนนี้ก็สามารถใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายได้แบบไม่ต้องกังวล

ตัวกระจายสัญญาณ WiFi ราคาดี ที่น่าใช้งาน

ตัวปล่อยสัญญาณ Wi-Fiราคาสัญญาณความเร็วอินเทอร์เน็ตการรับประกัน
Mi Wi-Fi Range Extender AC1200 5xx บาท – Wi-Fi N
สัญญาณ 5 GHz
สัญญาณ 2.4 GHz
– ความเร็วสูงสุด 1,200 Mbps 1 ปี
TP-LINK RE205 ACCESS POINT RANGE EXTENDER AC750 9xx บาท – WiFi AC, WiFi N – ความเร็วสูงสุด 300 Mbps รับประกันตลอดการใช้งาน
TP-LINK Range Extender N300 TL-WA850RE 4xx บาท – WiFi 2.4 GHz – ความเร็วสูงสุด 300Mbps
1 ปี
Mercusys ME30 5xx บาท – WiFi 2.4 GHz
– WiFi 5 GHz
– ความเร็วสูงสุด 1.2 Gbps 1 ปี
D-link DAP-1325 N300 Wireless Range Extender 4xx บาท – Wi-Fi N – ความเร็วสูงสุด 300 Mbps รับประกันตลอดการใช้งาน

1. Mi Wi-Fi Range Extender AC1200

เริ่มต้นกับแบรนด์ดีแบรนด์ดัง ราคาเป็นมิตร และน่าใช้งานกันเลย กับ Xiaomi Mi Wi-Fi Range Extender AC1200 ที่สามารถกระจายสัญญาณ WiFi ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz ที่ความเร็วสูงสุดถึง 1200 Mbps เลยทีเดียว ถือว่าแรงมากๆ เลย ตัวเครื่องมาพร้อมความสามารถในการกระจายสัญญาณ ที่ค่อนข้างไกล และเข้าถึง แม้จะเป็นมุมอับของบ้าน ตัวเครื่องมาพร้อม RAM 64GB สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เสียบเข้ากับไฟบ้าน แล้วตัวเครื่องจะทำการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ แม้ว่าเราจะรีเซ็ตเราเตอร์ ตัวเครื่องก็จะเชื่อมต่อใหม่ให้เราในทันที แถมตัวเครื่องยังมาพร้อมกับพอร์ต LAN ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้โดยตรงเลยด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งาน หรือความปลอดภัยต่างๆ ได้ผ่านแอพพลิเคชัน Mi Home เลยด้วย แต่ทั้งนี้ ต้องบอกก่อนว่า ตัวเครื่อง Mi Wi-Fi Range Extender AC1200 ตัวนี้ อาจไม่รองรับกับการกระจายสัญญาณในพื้นที่สาธารณะ หรือ ที่พักอาศัยขนาดใหญ่ เช่น คอนโด, อพาร์ทเมนต์ ฯลฯ เน้นการใช้งานขยายสัญญาณภายในบ้าน หรืออาคารที่ไม่ใหญ่มาก

ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ เพิ่มเติม

  • มาตรฐานสัญญาณแบบไร้สาย: IEEE 802.11ac/n/a 5 GHz, IEEE 802.11n/b/g 2.4 GHz
  • ความเร็วอินเทอร์เน็ตโดยประมาณ:
    • สัญญาณ 5GHz: 867 Mbps (802.11ac, 22 @80MHz)
    • สัญญาณ 2.4 GHz: 300 Mbps (802.11n, 22 @40MHz)
  • ความปลอดภัย: WPA-PSK / WPA2-PSK
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ: พอร์ต 10/100 Mbps Ethernet Port จำนวน 1 พอร์ต
  • การรับประกัน 1 ปี

ราคา: 5xx บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Shopee, BaNANA IT

2. TP-LINK RE205 ACCESS POINT RANGE EXTENDER AC750

มาต่อกันด้วยยี่ห้อที่คุณภาพเช่นกัน อย่าง TP-Link โดยรุ่นนี้จะเป็น TP-Link RE205 AC750 มาพร้อมการกระจายสัญญาณที่รองรับพื้นที่ที่มากขึ้น สามารถเข้าถึงได้แม้จะเป็นมุมอับ มาพร้อมโหมดการทำงาน 2 โหมดด้วยกัน คือ Range Extender Mode และ AP Mode ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ Wireless บนเทคโนโลยี 802.11 b/g/n/ac, Wireless N ที่ความเร็ว 300 Mbps และ AC ที่ความเร็ว AC ความเร็ว 433 Mbps ตัวเครื่องสามารถเปิดใช้การและตั้งค่าได้ง่ายๆ ผ่านปุ่ม Range Extender และ ปุ่ม WPS บน Router หรือหากเราเตอร์ของเราไม่มีปุ่ม WPS ก็สามารถที่จะใช้สายแลนแทนได้เลย โดยพอร์ตสำหรับเสียบสาย LAN จะเป็นแบบ 10/100 Mbps โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลย ทั้งนี้ยังมีการรับประกัน Limited Lifetime Warranty จากทาง TP-Link ประเทศไทย ด้วย

ราคา: 9xx บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Shopee

3. TP-LINK Range Extender N300 TL-WA850RE

มาต่อกันด้วย TP-Link อีกตัวที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ตัวนี้จะเป็นรุ่น TP-Link Range Extender N300 TL-WA850RE ที่จะมาพร้อมกับการออกแบบที่ให้ความสะดวกในการขยายสัญญาณ แม้จะเป็นพื้นที่มุมอับหรือจุดอับสัญญาณ ผ่าน Wireless N ความเร็วสูงสุด 300Mbps มาตรฐาน 802.11n บนคลื่นความถี่ 2.4GHz ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก จึงสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก ตัวเครื่องสามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณได้โดยอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องมานั่งตั้งค่าแม้จะรีเซ็ตเราเตอร์ นอกจากนี้ยังมี พอร์ต LAN จำนวน 1 พอร์ต สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย TP-Link N300 TL-WA850RE ยังมาพร้อมกับไฟสัญญาณแสดงสถานะต่างๆ ถึง 5 รูปแบบด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ และนอกจากนี้ เรายังสามารถตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ได้ผ่านทาง แอพพลิเคชัน Tether ที่สามารถติดตั้งได้ทั้งสมาร์ทโฟน iOS และ Android เลย

ราคา: 4xx บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Shopee

4. Mercusys ME30

Mercusys ME30 เป็นอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน แถมยังอยู่ในราคาประหยัดด้วย การใช้งานก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำตัวเครื่องไปเสียบปลั๊ก ก็สามารถใช้งานได้เลยทันที สามารถขยายสัญญาณได้ แม้ในพื้นที่ที่เป็นมุมอับ ตัวเครื่องสามารถขยายสัญญาณที่มีความเร็วได้สูงสุดถึง 1.2 Gbps (ความเร็ว 867 Mbps บนคลื่นความถี่ 5GHz, ความเร็ว 300 Mbps บนคลื่น 2.4GHz) เลยด้วย แถมยังมีไฟสัญญาณแบบ LED ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหาจุดติดตั้งที่สัญญาณดีที่สุดได้ โดยจะแบ่งเป็น 2 สีด้วยกัน คือ สีส้ม ที่แสดงว่าเราอยู่ห่างจากเราเตอร์หลักมากเกินไป และ สีเขียว ที่แสดงว่าเราอยู่ในจุดที่สัญญาณกำลังพอดี ตัวเครื่องมาพร้อมเสาสัญญาณ จำนวน 2 เสาด้วยกัน ช่วยให้การขยายสัญญาณทำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การตั้งค่า ยังสามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่กดปุ่ม WPS ที่เราเตอร์และตัวอุปกรณ์ Mercusys ME30 ที่สำคัญ ตัวเครื่องยังมีพอร์ต LAN สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ โดยตรง เพื่อเปลี่ยนเป็นการทำงานแบบ WiFi Access point ได้ด้วย

ราคา: 5xx บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Shopee

5. D-link DAP-1325 N300 Wireless Range Extender

ปิดท้ายกันด้วย ตัวขยายสัญญาณ WiFi จาก D-link ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่น่าสนใจ และราคาไม่แรง โดย D-link DAP-1325 N300 มาพร้อมดีไซน์และขนาดที่กะทัดรัด ไม่เกะกะพื้นที่ สามารถขยายสัญญาณได้ดี แม้ในพื้นที่ที่เป็นจุดอับสัญญาณ มาพร้อมการกระจายสัญญาณ เทคโนโลยี Wireless N ความเร็วสูงสุด 300 Mbps มาตรฐาน 802.11g/b ตัวเครื่องยังมีพอร์ต Fast Ethernet Port 10/100 Mbps จำนวน 1 พอร์ต สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ โดยตรง มาพร้อมไฟสัญญาณแสดงสถานะ 3 แบบ เพื่อบอกจุดสำหรับกระจายสัญญาณที่ดีที่สุด เช่น สีเขียว 3 ขีด คือสัญญาณดีมากๆ, สีเหลืองจขีดเดียว คือ สัญญาณอ่อนมาก เป็นต้น ตัวเครื่องมีปุ่ม จำนวน 2 ปุ่ม คือปุ่ม WPS และ ปุ่ม Reset ในส่วนของการใช้งานนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เรากดปุ่ม WPS ที่ตัวเครื่องและที่เราเตอร์ เพียงเท่านี้ ตัวเครื่องก็จะทำการเชื่อมต่อสัญญาณ และกระจายสัญญาณไวไฟให้เราเรียบร้อยแล้ว

ราคา: 4xx บาท

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Shopee

และทั้งหมดนี้ก็คือตัวกระจายสัญญาณ WiFi หรือ อุปกรณ์สำหรับขยายสัญญาณไวไฟ ที่ช่วยให้สัญญาณไวไฟภายในบ้าน หรือ ภายในอาคาร ของเราสามารถไปได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น แม้เป็นพื้นที่อับสัญญาณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องบอกก่อนว่า อุปกรณ์ที่ทีมงานนำมาแนะนำนั้น เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ช่วยในการขยายสัญญาณไวไฟให้ไกลและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มความเร็วของอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ความเร็วของอินเทอร์เน็ตนั้น นอกจากความเร็วสูงสุดที่ตัวอุปกรณ์จะสามารถส่งออกได้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและที่ตัวเราเตอร์อินเทอร์เน็ตของเราด้วย และถ้าใครที่สนใจอุปกรณ์ราคาดีๆ แบบนี้ ก็สามารถนำไปเป็นตัวเลือก ในการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟได้เลย

อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • Unbox Lenovo Legion 5i 2022 ราคา 56,990 บาท มันมีอะไรดี
  • สอนโหลดวิดีโอจาก Facebook ไม่ต้องใช้โปรแกรม ใน 3 คลิก !

  • แนะนำสาย OTG ของที่ต้องมีติดไว้ ราคาถูก สะดวก อัปเดต 2022

  • วิธีล้างเครื่อง โน๊ตบุ๊ค เครื่องลื่นเหมือนใหม่ อัปเดต 2022

  • 7 ซีรี่ย์ประวัติศาสตร์ Netflix สนุกเพลิน แถมได้ความรู้ไปด้วย

  • รวมโปรเน็ตรายวันทรู, AIS, ดีแทค เริ่มต้น 5 บาท อัพเดต 2022

  • แจกตัวอักษรภาษาอังกฤษสวยๆ โหลดฟรี มีมาเพียบ อัพเดต 2021

  • แจกตัวอักษรพิเศษไทย สวยๆ ตั้งชื่อเกม Twitter ฯลฯ อัพเดต 2021

Toplist

โพสต์ล่าสุด

แท็ก